Tag Archive for: Finance and Supply chain

ในยุคที่ “ข้อมูล” คือทรัพยากรสำคัญของทุกองค์กร ระบบ IT กลายเป็นศูนย์กลางของการดำเนินธุรกิจ รวมถึงระบบ ERP ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการบริหารจัดการกระบวนการหลัก เช่น การเงิน การจัดซื้อ สินค้าคงคลัง การผลิต และทรัพยากรบุคคล ความปลอดภัยจึงเป็นปัจจัยที่องค์กรมองข้ามไม่ได้ การกำหนดสิทธิ์ที่ไม่เหมาะสม การเข้าถึงข้อมูลที่เกินความจำเป็น หรือเหตุการณ์คุกคามทางไซเบอร์เพียงครั้งเดียว อาจสร้างความเสียหายต่อข้อมูล ความต่อเนื่องของธุรกิจ และความเชื่อมั่นของผู้บริหาร รวมถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ดังนั้นองค์กรจำเป็นต้องมีกรอบการกำกับดูแลด้านความปลอดภัยที่ชัดเจนและเป็นระบบ เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลและกระบวนการที่สำคัญภายในระบบ  ERP ได้รับการปกป้องอย่างเหมาะสม ซึ่งใน Microsoft Dynamics 365 Finance and Supply Chain  มีการจัดการเรื่องของความปลอดภัยหลากหลายรูปแบบ ที่จะสามารถรองรับการดำเนินงานและการเติบโตขององค์กรได้อย่างมั่นคง

Security Governance คือ ความปลอดภัยรูปแบบหนึ่งที่กำหนดบทบาทความรับผิดชอบโดยมีเป้าหมายเพื่อปกป้องข้อมูลและทรัพย์สินขององค์กรผ่านการกำหนดนโยบาย บทบาทความรับผิดชอบ และกระบวนการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ   Microsoft Dynamics 365 Finance and Supply Chain ถูกออกแบบมาโดยคำนึงถึงความปลอดภัยระดับองค์กร สามารถกำหนดระดับสิทธิ์ของผู้ใช้งาน (Role-based Security)  นอกจากจะมีสิทธิของผู้ใช้งานตามมาตรฐานจากทาง Microsoft แบ่งตามหน้าที่ความรับผิดชอบในการทำงานของผู้ใช้ ยังสามารถสร้างและปรับปรุงสิทธิของผู้ใช้งานเพิ่มเติมได้ สะดวกต่อการบริหารจัดการโดยแอดมิน รวมถึงการติดตามกิจกรรมในระบบ (Audit Trail) เป็นการจัดการความเสี่ยงเชิงรุกได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังช่วยลดการพัฒนาโปรแกรมเพิ่มเติม ซึ่งค่อนข้างซับซ้อนและมีค่าใช้จ่ายที่แพงกว่า

กล่าวได้ว่า การมี Security Governance ที่แข็งแรงไม่เพียงช่วย “ปกป้องข้อมูล” เท่านั้น แต่ยังเป็นการ “สร้างความเชื่อมั่นทางธุรกิจ” และ “เพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน” ขององค์กรในระยะยาว

5 ความท้าทาย ที่ธุรกิจต้องเผชิญ เมื่อการกำกับดูแลด้านความปลอดภัยไม่ชัดเจน

  • ความน่าเชื่อถือลดลง และเสี่ยงข้อมูลสำคัญรั่วไหล
     เมื่อกำหนดสิทธิ์ไม่เหมาะสม ผู้ใช้อาจเข้าถึงข้อมูลที่ “ไม่เกี่ยวกับหน้าที่” เช่น เห็นข้อมูลการเงิน ต้นทุน หรือข้อมูลพนักงานที่ไม่ควรเห็น ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของผู้บริหาร ลูกค้า และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
  • การควบคุมสิทธิ์ไร้มาตรฐานและดูแลต่อเนื่องได้ยาก
     หากไม่มีแนวทางบริหารสิทธิ์ที่ชัดเจน จะต้องคอยตรวจสอบแบบ manual ตลอดเวลา และมักเกิด “สิทธิ์ค้าง” เช่น ให้สิทธิ์ชั่วคราวแล้วลืมถอดออก เพิ่มความเสี่ยงโดยไม่รู้ตัว
  • การทำงานไม่โปร่งใส และตรวจสอบย้อนหลังลำบาก
     เมื่อไม่มีโครงสร้างการกำกับดูแลและการบันทึกกิจกรรมที่เป็นระบบ การตรวจสอบว่า “ใครทำอะไร เมื่อไหร่” จะทำได้ยาก ส่งผลต่อการ audit และการจัดการความเสี่ยงเชิงรุก
  • ความเสียหายทางการเงินและผลกระทบต่อความต่อเนื่องของธุรกิจ
     ไม่ว่าจะเป็นค่าใช้จ่ายในการกู้คืนระบบหลังเหตุโจมตี ค่าใช้จ่ายจากเหตุข้อมูลรั่วไหล หรือรายได้ที่หายไปจากการหยุดชะงักของระบบ ล้วนกลายเป็นต้นทุนที่สูงกว่าการป้องกันตั้งแต่ต้น
  • ภาระตกอยู่กับทีม IT มากเกินจำเป็น
     ทีม IT ต้องใช้เวลาจำนวนมากไปกับการแก้ปัญหาสิทธิ์ซ้ำ ๆ ตอบคำขอเข้าถึง และไล่ตรวจความผิดพลาด ทำให้เสียโฟกัสจากงานที่ควรสร้างคุณค่าเชิงกลยุทธ์ให้ธุรกิจ

Microsoft Dynamics 365 Finance and Supply Chain ช่วยลดปัญหาด้านความปลอดภัยองค์กรได้อย่างไรบ้าง

  • ปกป้องข้อมูลสำคัญขององค์กร (Data Protection): โครงสร้างความปลอดภัย รองรับการกำหนดสิทธิ์แบบ Role-based Access Control ซึ่งองค์กรสามารถควบคุมการเข้าถึงข้อมูลได้อย่างละเอียด และลดโอกาสข้อมูลรั่วไหล หรือการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต
  • ควบคุมสิทธิ์การเข้าถึงอย่างเป็นระบบ (Role-based Access Control): ลดความซ้ำซ้อน และกำหนดสิทธิ์ได้อย่างเหมาะสม
Role-based Access Control
  • ยืดหยุ่นและปรับขยายได้ตามโครงสร้างองค์กร (Scalability & Flexibility):  รองรับและปรับแต่งการเข้าถึงโครงสร้างองค์กรแบบหลากหลายธุรกิจ
  • สามารถตรวจสอบและติดตามได้ (Auditability & Monitoring): สามารถดูการเข้าถึงข้อมูล และมี Report ต่างๆ ที่รองรับมากขึ้น
  • ลดภาระของฝ่าย IT (Operational Efficiency): ลดความซับซ้อนในการดูแลผู้ใช้งาน ลดความผิดพลาด Human Error และสามารถจัดการสิทธิ์ได้ง่ายขึ้น
  • ปรับสิทธิ์ได้เองบนระบบ ไม่ต้องเขียนโค้ด: มี Tool ในการ Customize Role ทำให้สามารถปรับแก้ไขสิทธิ์ในการใช้งานได้ง่าย
  • รองรับมาตรฐานความปลอดภัย : รองรับ MFA และการควบคุมการเข้าถึงแบบทันสมัย ทำให้มั่นใจด้านความปลอดภัย

4 ฟีเจอร์หลักที่จะช่วยให้องค์กรทำงานได้ง่ายขึ้น 

1. สร้าง Role ที่ “พอดี” กับการใช้งานจริง – ลดความเสี่ยงและลดค่าใช้จ่าย 

หนึ่งในปัญหาที่หลายองค์กรพบจากการใช้ ERP มาตรฐาน คือ หน้าที่การทำงาน (Role) ที่มากับระบบอาจ “กว้างเกินไป” มีสิทธิ์การเข้าถึงการทำงานมากเกินหน้าที่ของผู้ใช้งาน อาจส่งผลผลเสียต่อองค์กรในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น ความเสียหายทางการเงินที่อาจเกิดจากข้อมูลสำคัญรั่วไหล การทุจริตข้อมูลที่เกิดจากการปลอมแปลงเอกสารและการแก้ไขข้อมูลที่สำคัญ หรือแม้กระทั่งภาพลักษณ์องค์กรที่อาจถูกมองว่าขาดมาตรฐานในการบริหาร ขาดความเชื่อมั่นจากนักลงทุนหรือลูกค้า ส่งผลให้ธุรกิจหยุดชะงัก

Microsoft Dynamics 365 Finance and Supply Chain ให้คุณสามารถออกแบบ หน้าที่ (Role) ที่เหมาะสม หรือทำการปรับแต่งหน้าที่การทำงาน (Role) ให้ตอบโจทย์การทำงานได้อย่างง่ายดาย เพียงบันทึก (Task Recorder) ขั้นตอนการทำงานและอัพโหลด (Load from task recording) เข้าสู่ระบบ เพื่อสร้างหน้าที่การทำงาน (Role) ได้อัตโนมัติ

Load from task recording
Load from task recording #2
Load from task recording #3

2. Security Configuration on  App – ปรับแต่งแก้ไข Role ได้โดยง่าย รวดเร็ว และปลอดภัย 

Security Configuration on  App เป็นอีกฟีเจอร์หนึ่งที่มาพร้อมกับ Microsoft Dynamics 365 Finance and Supply Chain โดยผู้ดูแลสามารถปรับแต่งหน้าที่การทำงานผ่าน Application ได้เลย ไม่จำเป็นต้องมีความรู้ด้านการเขียนโปรแกรม

Security Configuration on D365

ตัวอย่างเคส นายเอมีหน้าที่ในการแก้ไขข้อมูลของกลุ่มลูกค้า ปัจจุบันหน้าที่การทำงาน (Role) มาตรฐานที่ได้รับมี Access เป็น Read หรืออนุญาตให้ดูข้อมูลได้อย่างเดียวและไม่สามารถแก้ไขข้อมูลได้  

Example: Unassigned Roles for Customer Group
Example: Unassigned Roles for Customer Group

ดังนั้นหากต้องการให้นายเอสามารถทำงานตามหน้าที่ของตนเองได้ จึงต้องทำการปรับปรุงเพิ่มสิทธิ์การเข้าถึงหน้าจอให้สามารถแก้ไขข้อมูลได้โดยการปรับเพิ่มลด Access หรือการอนุญาตเข้าถึงข้อมูลให้สามารถสร้าง (Create) และ แก้ไข (Edit) ข้อมูลได้

Example: Role Assignment for Customer Group
Example: Role Assignment for Customer Group

3. Temporary Role Management – จัดการสิทธิ์ชั่วคราวได้อย่างมั่นใจ

Temporary Role Management เป็นอีก ฟีเจอร์ หนึ่งที่น่าสนใจ ที่จะช่วยจัดการสิทธิ์แบบชั่วคราวให้กับผู้ใช้งานชั่วคราวตามช่วงระยะเวลาที่กำหนดกรณีที่ผู้ใช้งานลาหยุดหรือไม่สามารถทำงานได้ในช่วงเวลาหนึ่ง 

ตัวอย่าง นายเอ ต้องการลาหยุด 1 สัปดาห์ จึงได้ ใช้ ฟีเจอร์ Temporary Role Management ในการ Assign Role ให้นายบี จัดการงานของนายเอในช่วงที่ไม่อยู่  ซึ่งหลังจากครบกำหนดตามระยะเวลาแล้ว นายบีก็จะมี Role ตามเดิมก่อนที่จะทำการ Assign  

Temporary Role Management

นอกจากนี้การใช้ฟีเจอร์นี้ยังมี Report ต่างๆ ที่ช่วยบันทึกการทำงานของ Role ที่ถูก Assign  ไป เช่น Audit logs เพื่อให้ทาง Audit สามารถตรวจสอบข้อมูลได้ง่ายขึ้น หรือจะเป็น User log ที่แสดงการ Log in เข้าใช้งาน Application 

4. Security Architecture Versioning – จัดการโครงสร้างความปลอดภัยอย่างมีระบบ

ฟีเจอร์นี้เป็นฟีเจอร์สำคัญ เนื่องจากความสามารถในรองรับการจัดการ Version ของ Security Architecture ได้ หรือพูดง่ายๆ ก็คือการเก็บประวัติและเปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างสิทธิ์ได้ทุก Version ไว้  ตัวอย่างเช่น หากมีการให้ Role ผิด หรือให้สิทธิ์กับ User มากเกินไป ก็สามารถทำการ  Restore version กลับไปใช้ Version ก่อนหน้าได้ หรือถ้าหากต้องการตรวจสอบว่ามีการเพิ่ม/ลบ Role หรือมีการเปลี่ยนแปลงใดที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้บ้าง ก็สามารถใช้ayฟังก์ชั่น Compare เพื่อเปรียบเทียบความแตกต่างของการปรับเปลี่ยนสิทธิ์ตามแต่ละ Version ได้ เพื่อให้ได้สิทธิ์ที่ถูกต้องและตรงกับการใช้งานมากที่สุด 

Security Architecture Versioning

D365 F&O คำตอบของการบริหารข้อมูลอย่างมั่นคงและชาญฉลาด 

Microsoft Dynamics 365 Finance and Supply Chain ไม่ได้เป็นเพียงระบบ ERP เพื่อการบริหารการเงิน การบัญชี และการปฏิบัติงาน แต่เป็นระบบที่ออกแบบมาเพื่อเป็น “เกราะป้องกันข้อมูล” ที่ช่วยให้องค์กรของคุณเดินหน้าอย่างมั่นใจ ยกระดับความปลอดภัยขององค์กรด้วย Security Governance

หากคุณกำลังมองหาระบบ ERP ที่ตอบโจทย์ในเรื่องความปลอดภัย ช่วยให้องค์กรสามารถตรวจสอบ กำหนดหน้าที่ของผู้ใช้งาน และการซื้อ License เป็นไปอย่างเหมาะสม Microsoft dynamics 365 Finance and Supply chain คือคำตอบของคุณ

สนใจปรึกษาบริการ Microsoft Dynamics 365 Finance and Supply Chain by Innoviz Solutions

จบ 3 ปัญหาหลังบ้านธุรกิจ Trading & Manufacturing ด้วยระบบ ERP

ในยุคดิจิทัลที่ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ธุรกิจ Trading และ Manufacturing เป็นอีกหนึ่งภาคอุตสาหกรรมที่เผชิญกับความท้าทายใหม่ๆ ทั้งจากการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น ความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา และความซับซ้อนของกระบวนการดำเนินงานต่างๆ ที่เพิ่มมากขึ้น การพึ่งพาระบบการทำงานแบบเดิมที่แยกส่วนและไม่เชื่อมโยงกัน อาจทำให้องค์กรสูญเสียโอกาสทางธุรกิจ ระบบ ERP (Enterprise Resource Planning) จึงกลายเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่สามารถช่วยให้องค์กรบริหารจัดการทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพื่อตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงได้ทันท่วงที และเพิ่มความได้เปรียบในการแข่งขัน

ดังนั้น บทความนี้จึงอยากชวนมาสำรวจสัญญาณเบื้องต้นว่าธุรกิจควรเริ่มใช้ระบบ ERP หรือยัง รวมถึงปัญหาหลักๆ ที่ธุรกิจ Trading & Manufacturing กำลังเผชิญอยู่ และข้อดีของการนำระบบ ERP มาประยุกต์ใช้ในการดำเนินงาน พร้อมคำแนะนำเบื้องต้นเกี่ยวกับระบบ ERP ที่ตอบโจทย์ความต้องการของธุรกิจ Trading & Manufacturing 

สัญญาณเตือนว่าธุรกิจ Trading & Manufacturing ควรเริ่มใช้ ERP

หากธุรกิจกำลังประสบปัญหาเหล่านี้ นั่นคือสัญญาณว่าถึงเวลาที่ต้องพิจารณานำระบบ ERP มาปรับใช้กับองค์กรแล้ว  

3 ปัญหาหลักที่ธุรกิจ Trading & Manufacturing กำลังเผชิญ
  • ระบบเดิมทำงานช้าและไม่ตอบสนอง – เมื่อธุรกิจเติบโต ระบบเดิมที่เคยใช้ได้ดีอาจไม่สามารถรองรับปริมาณข้อมูลที่เพิ่มขึ้น 
  • ธุรกิจเปลี่ยนแปลง แต่ระบบไม่ยืดหยุ่น – เมื่อมีการขยายสายผลิตภัณฑ์หรือเปลี่ยนโมเดลธุรกิจ แต่ระบบการทำงานไม่สามารถปรับตามความต้องการขององค์กรได้ 
  • ขาดระบบกลางที่ครอบคลุมทุกแผนก – เมื่อแต่ละแผนกใช้โปรแกรมคนละตัวและบันทึกข้อมูลแยกส่วนกัน ทำให้ข้อมูลไม่รวมศูนย์และขาดความเชื่อมต่อกัน 

3 ปัญหาหลักที่ธุรกิจ Trading & Manufacturing กำลังเผชิญ 


3 ปัญหาหลักที่ธุรกิจ Trading & Manufacturing กำลังเผชิญ

1. การดำเนินงานสะดุด เนื่องจากไม่มีการรวมศูนย์ข้อมูล  

ปัญหานี้เป็นปัญหาคลาสสิกที่องค์กรส่วนใหญ่ประสบ เช่น แผนกขายอาจใช้โปรแกรมหนึ่งในการบันทึกคำสั่งซื้อและติดตามลูกค้า แผนกบัญชีใช้อีกโปรแกรมหนึ่งในการออกใบแจ้งหนี้และติดตามการชำระเงิน ในขณะที่ฝั่งโรงงานอาจไม่มีระบบที่เป็นมาตรฐานเลย 

ผลที่ตามมาคือ ข้อมูลไม่ตรงกันระหว่างแผนก ต้องเสียเวลาในการ Reconcile ข้อมูลทุกสิ้นเดือน ส่งผลให้บางครั้งพบความผิดพลาดเมื่อสายเกินไป เช่น ฝ่ายขายรับออเดอร์มาแล้ว แต่ฝ่ายผลิตไม่ทราบ ทำให้ส่งมอบสินค้าล่าช้า หรือฝ่ายบัญชีออกใบแจ้งหนี้ผิด เพราะข้อมูลราคาที่ได้รับไม่ตรงกับที่ฝ่ายขายตกลงกับลูกค้า 

2. ไม่มีระบบวางแผนการผลิตที่มีประสิทธิภาพ 

การวางแผนการผลิตในหลายองค์กรยังคงอาศัยประสบการณ์และการคาดเดาของผู้จัดการฝ่ายผลิตเป็นหลัก ไม่มีข้อมูลที่เป็นระบบมาสนับสนุนการตัดสินใจ ทำให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมา ไม่ว่าจะเป็น 

  • การผลิตเกินความต้องการ (Overproduction) – สินค้าค้างสต๊อก เงินทุนจม ค่าเก็บรักษาสูง บางครั้งสินค้าเสื่อมสภาพหรือล้าสมัยก่อนขายได้ 
  • การผลิตไม่ทันความต้องการ (Underproduction) – เสียโอกาสในการขาย ลูกค้าไม่พอใจ อาจสูญเสียลูกค้าให้คู่แข่ง 
  • วัตถุดิบขาดแคลนหรือเหลือเกิน – สั่งซื้อวัตถุดิบมากเกินไปทำให้เงินทุนจม หรือสั่งน้อยเกินไปทำให้ต้องหยุดสายการผลิต 
  • การจัดตารางการผลิตไม่มีประสิทธิภาพ – เครื่องจักรว่างบ้าง ทำงานหนักเกินไปบ้าง แรงงานไม่ได้ใช้อย่างเต็มประสิทธิภาพ 

3. ข้อมูลกระจัดกระจาย ไม่สามารถนำไปวิเคราะห์ต่อได้  

องค์กรจำนวนไม่น้อยยังคงเป็นบันทึกข้อมูลเป็นไฟล์เอกสารย่อยๆ ผ่านหลายโปรแกรม เช่น Excel หรือ Word ซึ่งเมื่อใช้เป็นระบบหลักในการบันทึกข้อมูลการผลิต อาจจะเกิดปัญหาหลายประการ เช่น 

  • ข้อมูลกระจัดกระจาย – พนักงานแต่ละแผนกต่างมีไฟล์ Excel ของตัวเอง เช่น มีข้อมูลอยู่ในคอมพิวเตอร์ส่วนตัว ทำให้ข้อมูลต่างๆ ถูกบันทึกไว้ในหลายๆ ที่ ทำให้เมื่อมีพนักงานลาออก ข้อมูลเสี่ยงสูญหายตามไปด้วย 
  • Version Control เป็นปัญหา – เมื่อต่างคนต่างบันทึกข้อมูล ทำให้เกิดความไม่แน่ใจว่าไฟล์ไหนเป็นเวอร์ชันล่าสุด มีการแก้ไขซ้ำซ้อน หรือมีข้อมูลขัดแย้งกัน 
  • ยากต่อการวิเคราะห์แบบ Real-time – การที่ข้อมูลถูกเก็บอย่างกระจัดกระจายในหลายที่ เมื่อต้องการนำข้อมูลไปวิเคราะห์ต่อ ทำให้ต้องใช้เวลารวบรวมข้อมูลจากหลายไฟล์และเสี่ยงเกิดข้อมูลตกหล่น ไม่ครบถ้วน ยากต่อการนำไปใช้งาน  
  • ความผิดพลาดจากการป้อนข้อมูล – ไม่มีการตรวจสอบข้อมูลอัตโนมัติ อาจส่งผลให้ข้อมูลมีความซ้ำซ้อน ไม่ถูกต้อง หรือสูตรการคำนวณอาจผิดพลาด 
  • ไม่สามารถติดตามประวัติการเปลี่ยนแปลง – เมื่อข้อมูลไม่ได้รวมศูนย์ ทำให้ไม่สามารถรู้ได้ว่าใครแก้ไขข้อมูลเมื่อไหร่ หรือแก้ไขอะไร  

ERP ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้ธุรกิจ Trading & Manufacturing ได้อย่างไร 


ERP ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้ธุรกิจ Trading & Manufacturing ได้อย่างไร

เพิ่มความรวดเร็วให้กระบวนการทำงานและลดงานซ้ำซ้อน 

ระบบ ERP ออกแบบมาให้สามารถป้อนข้อมูลแล้วเชื่อมโยงข้อมูลต่างๆ ได้แบบอัตโนมัติ ทำให้เมื่อป้อนข้อมูลที่จุดเดียว ทุกแผนกที่เกี่ยวข้องสามารถเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวได้ในทันที ซึ่งเพิ่มความรวดเร็วในการทำงานและช่วยลดการทำงานซ้ำซ้อนในการต้องตรวจสอบข้อมูลชุดเดียวกัน ทำให้หลายฝ่ายทำงานประสานกันได้ราบรื่นยิ่งขึ้น 

ตัวอย่างการทำงานแบบอัตโนมัติในระบบ ERP 

  • ฝ่ายขายวางแผนส่งสินค้าได้อย่างทันท่วงที – เมื่อฝ่ายขายบันทึกคำสั่งซื้อ ระบบจะส่งข้อมูลไปยังฝ่ายผลิตทันที เพื่อวางแผนการผลิต โดยระบบจะตรวจสอบ Capable-to-Promise (CTP) อัตโนมัติ คำนวณวันที่สามารถส่งมอบได้จากกำลังการผลิตและวัตถุดิบที่มีอยู่ ช่วยให้ฝ่ายขายสามารถแจ้งกำหนดส่งที่แม่นยำให้ลูกค้าได้ทันที 
  • ฝ่ายจัดซื้อเห็นความต้องการวัตถุดิบอัตโนมัติ – เมื่อมีคำสั่งผลิตใหม่ ระบบ MRP จะคำนวณวัตถุดิบที่ต้องใช้ทันที หักลบกับ Stock ที่มีอยู่และ PO ที่กำลังจะเข้า หากพบว่าวัตถุดิบไม่เพียงพอ ระบบจะสร้างแผนสั่งซื้อ (Planned Purchase Order) อัตโนมัติพร้อมแนะนำ Supplier ที่เหมาะสม โดยพิจารณาจากราคาต่ำสุด หรือ Lead Time ที่สั้นที่สุด 
  • ฝ่ายคลังสินค้าสามารถวางแผนการจัดส่งสินค้าได้อย่างครอบคลุม – ระบบ Warehouse Management สามารถวางแผนการส่งสินค้าโดยดึงข้อมูลจากใบสั่งขายมาวางแผนการส่งมอบ และสร้างใบจัดสินค้า (Work List) โดยสามารถแยกตามประเภทของสินค้าได้ เพื่อช่วยให้เจ้าหน้าที่คลังจัดของแยกได้ตามความรับผิดชอบ เช่น สินค้าที่จัดเก็บในพื้นที่ทั่วไป กับสินค้าที่จัดเก็บในพื้นที่ที่มีการควบคุมอุณหภูมิ โดยพนักงานคลังสามารถใช้ Mobile Device สแกน Barcode ที่สินค้า โดยสามารถอัพเดท Status แบบ Real-time 
  • ฝ่ายบัญชีจัดทำเอกสารทางการเงินได้อย่างรวดเร็ว – ฝ่ายบัญชีจะได้รับข้อมูลสำหรับการออกใบแจ้งหนี้ทันทีที่มีการส่งมอบสินค้า (Goods Issue) ทำให้สามารถดึงใบส่งมอบสินค้ามาทำการตั้งหนี้ โดยดึงข้อมูลราคา ส่วนลด และเงื่อนไขการชำระเงินจากใบสั่งขาย ฝ่ายบัญชีเพียงตรวจสอบและอนุมัติ ไม่ต้องขอข้อมูลจากฝ่ายขายหรือคีย์ข้อมูลซ้ำ

รวมศูนย์ข้อมูลให้เชื่อมต่อกันแบบ Real-time 

ภายใต้ระบบ ERP ข้อมูลจะถูกเก็บรวบรวมไว้ในฐานข้อมูลกลาง (Single Source of Truth) ทำให้สามารถเชื่อมโยงข้อมูลกันได้แบบ Real-time ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กระบวนการทำงานในหลายส่วน 

ตัวอย่างการประยุกต์ใช้ Real-time Data ในแต่ละแผนก

  • ฝ่ายขาย – สามารถตรวจสอบสินค้าคงเหลือ (Stock) ได้ทันที ก่อนรับคำสั่งซื้อ ไม่ต้องโทรถามคลังสินค้า ระบบแสดงยอดคงเหลือแบบ Real-time โดยผู้ใช้สามารถเลือกมิติในการดูข้อมูลได้ เช่น แยกตามคลัง (Warehouse), Location, Batch ตลอดจนสามารถดูสถานะการจองสินค้าได้ (Reserved Quantity) 
  • ฝ่ายวางแผน – สามารถวางแผนการเติมเต็มสินค้าผ่าน MPS/MRP โดยระบบจะนำข้อมูลทั้งระบบขาย ระบบซื้อ และระบบผลิต มาคำนวณและแนะนำแผนการเติมเต็ม ประกอบด้วยแผนการผลิต แผนการสั่งซื้อ แผนการโอนย้าย (Transfer between warehouse) 

ทั้งยังสามารถปรับแผนการผลิตได้ทันท่วงที จากการประมวลผลของระบบ รองรับ Capacity planning, Sequencing พร้อมแสดง Gantt chart ของการใช้ Resource ในรูปแบบ Visual 

  • ฝ่ายผลิต – สามารถบันทึกผลการทำงานในระบบ ทั้งในส่วนของ เวลาการทำงาน (Production time, ของดี (Good qty.), ของเสีย (NG qty.) รวมถึง reason code ของ NG เป็นต้น 
  • ผู้บริหาร – เห็นภาพรวมธุรกิจแบบ Real-time ตัดสินใจได้รวดเร็วและแม่นยำ Executive Dashboard แสดง Key Metrics เช่น Daily Sales, Production Output, Cash Position, Outstanding AR/AP สามารถ Drill-down เพื่อดูรายละเอียด และใช้ Predictive Analytics เพื่อดู Trend และ Forecast 

เพิ่มประสิทธิภาพให้ธุรกิจ Trading & Manufacturing ด้วยระบบ ERP 


ระบบ ERP ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือสำหรับเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการดำเนินงานต่างๆ แต่ยังเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจปรับตัวได้อย่างรวดเร็วและเติบโตในยุคดิจิทัล หากธุรกิจคุณกำลังมองหาโซลูชันที่ตอบโจทย์ความต้องการขององค์กร Innoviz Solutions พร้อมให้คำปรึกษาและนำเสนอโซลูชันที่เหมาะสม ติดต่อเราได้ที่ :

ปรึกษาบริการ Microsoft Dynamics 365 Finance and Supply Chain by Innoviz Solutions

Microsoft Dynamics 365

Microsoft Dynamics 365 for Finance and Supply Chain คือระบบ ERP (Enterprise Resource Planning) หรือระบบหลังบ้านแบบครบวงจรจาก Microsoft ERP ที่ช่วยให้องค์กรสามารถตัดสินใจทางธุรกิจได้อย่างมั่นใจและแม่นยำยิ่งขึ้น

ทำไมต้องเลือก Microsoft Dynamics 365 for Finance and Supply Chain


ระบบหลังบ้าน Microsoft Dynamics 365 for Finance and Supply Chain ช่วยให้การบริหารธุรกิจข้ามสาขาและข้ามประเทศเป็นไปอย่างราบรื่น ด้วยการรวมศูนย์และการสร้างมาตรฐานให้กระบวนการทำงาน ซึ่งเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ช่วยให้องค์กรสามารถมองเห็นข้อมูลของธุรกิจทั้งหมด และช่วยให้การปฏิบัติตามกฎระเบียบเป็นไปอย่างง่ายดาย ระบบ ERP นี้ออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการของธุรกิจและรองรับการเปลี่ยนแปลงของภาคอุตสาหกรรมได้อย่างยั่งยืน

Microsoft Dynamics 365 for Finance and Supply Chain ทำงานร่วมกับซอฟต์แวร์ในเครือ Microsoft ได้อย่างราบรื่น มาพร้อมฟีเจอร์ครบครันที่สามารถปรับให้ขั้นตอนการทำงานเป็นไปแบบอัตโนมัติและเพิ่มประสิทธิภาพของธุรกิจ รวมถึงเชื่อมต่อกับลูกค้า คู่ค้า และบริษัทในเครือทั่วโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เชื่อมกระบวนการทำงานและการจัดการทางเงินได้อย่างไร้รอยต่อ Dynamics 365 for Finance and Supply Chain ช่วยให้ธุรกิจปรับตัวได้อย่างฉับไว พร้อมรับทุกการเปลี่ยนแปลงของตลาด เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจได้อย่างรวดเร็ว

คุณสมบัติเด่นของ Microsoft Dynamics 365 for Finance and Supply Chain


✅ ทำงานได้ทุกที่ทุกเวลา

✅ ระบบใช้งานง่ายคล้ายซอฟต์แวร์ในเครือ Microsoft

✅ รองรับการใช้งานเต็มรูปแบบในประเทศไทย

✅ ได้รับการรับรองจากกรมสรรพากร (License Type B)

ฟีเจอร์หลัก


1. ยกระดับผลการดำเนินงานด้านการเงิน

  • ปิดบัญชีได้เร็วขึ้น
  • จัดทำรายงานที่แม่นยำและครบถ้วน
  • เพิ่มขีดความสามารถในการทำกำไรด้วย Business Intelligence
  • รองรับระเบียบปฏิบัติและมาตรฐานระดับสากล

2. จัดการกระบวนการทำงานอย่างชาญฉลาด

  • เพิ่มความคล่องตัวและประสิทธิภาพในการผลิต
  • เชื่อมต่อและเพิ่มประสิทธิภาพการวางแผนการผลิต การจัดตารางงาน และการจัดการต้นทุน

3. ปรับให้กระบวนการทำงานของ Supply Chain เป็นไปแบบอัตโนมัติและคล่องตัวขึ้น

  • เพิ่มประสิทธิภาพให้การจัดการห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain Management) ด้วยระบบหลังบ้านที่มาพร้อมระบบการจัดการสินค้าคงคลังขั้นสูง (Inventory Management)
  • ปรับปรุงการจัดส่ง การจัดหาวัตถุดิบ และโลจิสติกส์
  • จัดการสินค้าคงคลังอย่างมีประสิทธิภาพด้วยระบบแบบรวมศูนย์

4. สร้างนวัตกรรมด้วยแพลตฟอร์มที่ทันสมัยและปรับแต่งได้

  • ขับเคลื่อนนวัตกรรมด้วยแอปพลิเคชันอัจฉริยะ
  • ปรับแต่ง ขยาย และเชื่อมต่อกับแอปและบริการอื่นๆ ได้อย่างสะดวกรวดเร็ว

Dynamics 365 for Finance and Supply Chain เพิ่มประสิทธิภาพงานแต่ละแผนกได้อย่างไร


IT: เพิ่มความรวดเร็วให้กับการทำธุรกิจด้วย Microsoft ERP

  • ตัดสินใจอย่างชาญฉลาดและรวดเร็ว เข้าถึงข้อมูลเชิงลึกแบบเรียลไทม์ผ่านแพลตฟอร์มมือถือที่ใช้งานง่าย เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้เร็วขึ้น (ทั้งสำหรับองค์กรและลูกค้า)
  • ปรับการดำเนินงานได้เร็วขึ้น ปรับปรุงการวางแผนและการดำเนินงานทางธุรกิจด้วยระบบ ERP ที่รวมศูนย์ทรัพยากรให้เชื่อมโยงถึงกัน
  • ยืดหยุ่นตามการเติบโตขององค์กร ระบบหลังบ้านบน Cloud สามารถขยายปรับแต่งได้ตามความต้องการของธุรกิจ พร้อมรองรับการเติบโตขององค์กร

Finance: ระบบหลังบ้านที่เอื้อต่อการขับเคลื่อนธุรกิจ

  • ติดตามการดำเนินงานของธุรกิจแบบเรียลไทม์ ด้วยข้อมูลเชิงลึก จากเครื่องมือการประมวลผลและวิเคราะห์ข้อมูล ที่มาพร้อม Power BI
  • ประเมินและจัดการความเสี่ยง เพิ่มการมองเห็นความเสี่ยงขององค์กรจากมุมมองเดียวที่ครอบคลุมทั้งธุรกิจผ่านระบบ ERP แบบรวมศูนย์
  • ขับเคลื่อนกลยุทธ์และการเติบโตขององค์กร บนแพลตฟอร์ม Microsoft Cloud ที่ยืดหยุ่นพร้อมรองรับการขยายธุรกิจ

Operation: ทำงานเต็มประสิทธิภาพด้วยการดำเนินงานที่เชื่อมต่อกัน

  • เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ได้เร็วยิ่งขึ้น ลดความเสี่ยงในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และทดสอบไอเดียผลิตภัณฑ์ใหม่ได้อย่างรวดเร็ว ด้วยเครื่องมือที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ
  • บริหารจัดการพื้นที่การผลิตอย่างคล่องตัว จัดการพื้นที่การผลิต เพิ่มประสิทธิภาพและการมองเห็นข้อมูลทั่วทั้งองค์กรด้วย Business Intelligence ที่ชาญฉลาดขึ้น
  • จัดส่งคำสั่งซื้ออย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มขีดความสามารถในการให้บริการลูกค้า ด้วยเครื่องมือที่ช่วยบริหารจัดการคลังสินค้า การผลิต และโลจิสติกส์

ยกระดับธุรกิจด้วยระบบ ERP


ระบบ ERP ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือสำหรับเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการดำเนินงานต่างๆ แต่ยังเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจปรับตัวได้อย่างรวดเร็วและเติบโตในยุคดิจิทัล หากธุรกิจของคุณกำลังมองหาโซลูชันที่ตอบโจทย์ความต้องการขององค์กร Innoviz Solutions พร้อมให้คำปรึกษาและนำเสนอการนำ Microsoft Dynamics 365 for Finance and Supply Chain มาประยุกต์ใช้กับธุรกิจ โดยบริการของเราครอบคลุมตั้งแต่

  • การติดตั้งและนำระบบไปใช้งาน (Implementation)

ให้คำปรึกษาในการนำระบบ ERP มาประยุกต์ใช้กับความต้องการขององค์กร และพัฒนาติดตั้งระบบหลังบ้านที่เหมาะสมกับธุรกิจในแต่ละภาคอุตสาหกรรม

  • การมีทีมหลังบ้านสนับสนุน (Support)

เรามี Support Portal สำหรับลูกค้าให้สามารถแจ้งข้อสงสัยหรือปัญหาได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยทุกเคสจะได้รับการดูแลจากทีมสนับสนุนเฉพาะทางที่เชี่ยวชาญด้านระบบหลังบ้านและ Microsoft ERP

  • การอบรม (Training)

เรามีแนวทางการฝึกอบรมการใช้งานระบบ ERP สำหรับการใช้งานจริงในแต่ละองค์กร ตั้งแต่กระบวนการขั้นพื้นฐานไปจนถึงขั้นตอนที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น เพื่อให้สามารถบริหารจัดการการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

สนใจปรึกษาบริการ Microsoft Dynamics 365 Finance and Supply Chain by Innoviz Solutions

ติดต่อเราได้ที่ :