Tag Archive for: K2

K2 Platform

ท่ามกลางการแข่งขันทางธุรกิจที่เข้มข้นยิ่งขึ้น หากองค์กรต้องการสร้างความได้เปรียบเหนือคู่แข่ง การปรับกระบวนการทำงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง อย่างไรก็ตาม ความท้าทายหนึ่งที่หลายองค์กรกำลังเผชิญอยู่คือข้อมูลและขั้นตอนการทำงานในหลายส่วนยังขาดการเชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ ทำให้กระบวนการทำงานเกิดความซ้ำซ้อนและล่าช้ากว่าที่ควรจะเป็น

ด้วยเหตุนี้การมีแพลตฟอร์มที่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลและกระบวนการหลังบ้านได้อย่างรวดเร็ว ดำเนินการได้อย่างอัตโนมัติ และถูกต้องแม่นยำจึงมีความจำเป็น

K2 ตัวช่วยสร้างกระบวนการทำงานแบบอัตโนมัติ


K2 Platform คือแพลตฟอร์ม Low-code สำหรับ Digital Process Automation ที่ช่วยให้องค์กรสามารถออกแบบฟอร์มและเวิร์กโฟลว์เพื่อเปลี่ยนกระบวนการทำงานให้เป็นดิจิทัลได้อย่างรวดเร็ว โดย K2 รองรับการติดตั้งแบบ On-Premises ทำให้องค์กรสามารถควบคุมและดูแลระบบได้ด้วยตนเอง

จุดเด่นของ K2 คือความยืดหยุ่นในการออกแบบให้สอดคล้องกับกระบวนการทำงานจริงของแต่ละองค์กร ไม่ว่าจะเป็น

  • การบันทึกข้อมูล
  • การอนุมัติตามลำดับสายงาน
  • การกำหนดเงื่อนไขตามวงเงินหรือประเภทงาน
  • การส่งต่องานข้ามทีม
  • การจัดเก็บประวัติการทำงานเพื่อการตรวจสอบย้อนหลัง

K2 สามารถปรับแต่งให้เข้ากับระบบและความต้องการเฉพาะของแต่ละองค์กร เช่น เพิ่มฟังก์ชันพิเศษสำหรับฟอร์ม หรือเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันที่พัฒนาขึ้นภายใน เช่น ERP, HR, Finance หรือฐานข้อมูลต่างๆ ได้โดยตรง ช่วยให้ข้อมูลไหลต่อกันได้อย่างเป็นระบบ โดยแพลตฟอร์มสามารถขยายขีดความสามารถและรองรับการใช้งานได้ครบตามความต้องการของธุรกิจ

K2 ช่วยธุรกิจแก้ปัญหาอะไรได้บ้าง


แก้ปัญหางานอนุมัติช้าและขั้นตอนทำงานติดขัด

K2 ช่วยเปลี่ยนกระบวนการอนุมัติให้เป็นระบบเดียวที่สามารถเห็นสถานะงานแบบ real-time ทำให้ทุกฝ่ายทราบว่าแต่ละงานอยู่ที่ขั้นตอนใดและค้างอยู่ที่ใคร ซึ่งช่วยลดระยะเวลาในการติดตามงาน ปรับกระบวนการทำงานให้เป็นระบบให้มีความชัดเจนและรวดเร็วขึ้น ส่งผลให้การอนุมัติผ่านไปได้อย่างรวดเร็วและไม่ติดขัด

ลดความยุ่งยากจากการใช้หลายช่องทางทำงาน

K2 ช่วยเปลี่ยนจากการทำงานผ่านเอกสารหรือการทำงานจากหลากหลายช่องทาง มาเป็นกระบวนการทำงานรูปแบบดิจิทัลภายใต้แพลตฟอร์มเดียวกัน ซึ่งทำให้ข้อมูลไม่ตกหล่นและทำงานได้อย่างต่อเนื่องราบรื่น ด้วยระบบที่เชื่อมโยงทุกอย่างเข้าด้วยกัน การจัดการข้อมูลและการดำเนินการต่าง ๆ จึงง่ายขึ้นและไม่เกิดความสับสน

ลดความผิดพลาดจากการกรอกข้อมูลซ้ำหลายรอบ

K2 ช่วยให้สามารถบันทึกข้อมูลเพียงครั้งเดียวแล้วนำไปใช้ในขั้นตอนถัดไปได้ทันที ซึ่งช่วยลดการกรอกข้อมูลซ้ำหลายครั้งและลดความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นจากการ copy-paste ข้อมูล นอกจากนี้ยังเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการงานต่างๆ เช่น PR-PO, Expense และ HR request ให้เป็นไปอย่างราบรื่นและมีความถูกต้อง

เชื่อมงานข้ามทีมและข้ามระบบให้ลื่นไหลยิ่งขึ้น

K2 ช่วยเชื่อมต่อข้อมูลจากหลายระบบ เช่น HR, ERP, Finance, DMS และ DB ให้ทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น ซึ่งช่วยแก้ปัญหาที่เกิดจากข้อมูลกระจายหลายระบบ (Data Silo) ทำให้การทำงานข้ามทีมรวดเร็วยิ่งขึ้นและลดความยุ่งยากลง

เพิ่มความโปร่งใสในการตรวจสอบและการควบคุมภายใน

ด้วยการเก็บประวัติการทำงานที่ระบุว่า “ใครทำอะไร เมื่อใด และตามเงื่อนไขไหน” K2 ช่วยให้การตรวจสอบย้อนหลังเป็นไปได้อย่างง่ายดายและมีประสิทธิภาพ ซึ่งเหมาะสมกับองค์กรที่ต้องการความโปร่งใสและต้องการควบคุมการทำงานภายในให้ตรงตามมาตรฐาน โดยช่วยลดความเสี่ยงจากการทำงานที่ไม่ได้รับการตรวจสอบอย่างรอบคอบ

ช่วยให้ธุรกิจปรับเปลี่ยนกระบวนการได้เร็วขึ้น แม้ทีม IT จะมีงานล้นมือ

ด้วยแพลตฟอร์มแบบ Low-code ผู้ใช้งานสามารถออกแบบหรือปรับ Workflow ได้รวดเร็ว โดยไม่ต้องพัฒนาโค้ดใหม่ทั้งหมด ในขณะเดียวกัน ทีม IT ยังสามารถกำกับดูแลมาตรฐาน ความปลอดภัย และโครงสร้างระบบได้ตามนโยบายองค์กร

ฟีเจอร์หลักของ K2


1. Forms (SmartForms) — สร้างฟอร์มดิจิทัลที่ยืดหยุ่น ใช้งานได้ทุกอุปกรณ์

SmartForms ช่วยให้องค์กรสร้างฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์เพื่อ จัดเก็บและแสดงผลข้อมูล ได้อย่างเป็นระบบ ออกแบบง่ายด้วยการ ลาก-วาง ไม่ต้องเขียนโค้ด รองรับการแสดงผลบนทุกหน้าจอด้วย UI ที่ปรับตามอุปกรณ์อัตโนมัติ และสามารถ เชื่อมต่อเข้ากับ Workflow และระบบธุรกิจ ได้ทันที รวมถึงฝังลงในแอปพลิเคชันได้ตามต้องการ

2. Workflow — ออกแบบกระบวนการทำงานแบบอัตโนมัติได้เร็ว โดยแทบไม่ต้องเขียนโค้ด

K2 ช่วยเปลี่ยนงานอนุมัติและงานข้ามทีมให้เป็นเวิร์กโฟลว์ครบวงจร ตั้งแต่ งานอนุมัติระดับแผนกที่สามารถกำหนดเงื่อนไขต่างๆได้ เช่น วงเงิน ประเภทงาน โครงสร้างองค์กร รองรับไปจนถึงกระบวนการซับซ้อนอย่าง Quote-to-Cash ด้วยแพลตฟอร์มแบบ Low-code ที่ทั้งนักพัฒนาและผู้ใช้งานทั่วไปสามารถสร้างเวิร์กโฟลว์แบบเห็นภาพผ่านการลาก-วาง ทำให้องค์กรเริ่มใช้งานระบบอัตโนมัติได้เร็วขึ้น และยังสามารถเริ่มต้นได้ไวด้วยแอป/เทมเพลตสำเร็จรูป

3. Integration (SmartObjects) — เชื่อมต่อและดึงข้อมูลจากระบบธุรกิจได้ไร้รอยต่อ

K2 มี SmartObjects ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยเชื่อมต่อกับระบบ Line-of-Business (LOB) ต่างๆ ช่วยให้ฟอร์มและเวิร์กโฟลว์สามารถดึงข้อมูลจากระบบภายในอื่น ๆ ได้โดยตรง ลดขั้นตอนการ import/export ข้อมูล ใช้งานข้อมูลจากระบบธุรกิจได้โดยตรง โดยไม่ต้องออกจากแพลตฟอร์ม ลดความยุ่งยากในการทำให้ระบบหลายตัวทำงานร่วมกัน และช่วยให้การทำงานข้ามระบบต่าง ๆ ทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ยกระดับธุรกิจด้วยระบบ ERP


ระบบ ERP ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือสำหรับเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการดำเนินงานต่างๆ แต่ยังเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจปรับตัวได้อย่างรวดเร็วและเติบโตในยุคดิจิทัล หากธุรกิจของคุณกำลังมองหาโซลูชันที่ตอบโจทย์ความต้องการขององค์กร Innoviz Solutions พร้อมให้คำปรึกษาและนำเสนอการนำ Microsoft Dynamics 365 for Finance and Supply Chain มาประยุกต์ใช้กับธุรกิจ โดยบริการของเราครอบคลุมตั้งแต่

  • การติดตั้งและนำระบบไปใช้งาน (Implementation)

ให้คำปรึกษาในการนำระบบ ERP มาประยุกต์ใช้กับความต้องการขององค์กร และพัฒนาติดตั้งระบบหลังบ้านที่เหมาะสมกับธุรกิจในแต่ละภาคอุตสาหกรรม

  • การมีทีมหลังบ้านสนับสนุน (Support)

เรามี Support Portal สำหรับลูกค้าให้สามารถแจ้งข้อสงสัยหรือปัญหาได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยทุกเคสจะได้รับการดูแลจากทีมสนับสนุนเฉพาะทางที่เชี่ยวชาญด้านระบบหลังบ้านและ Microsoft ERP

  • การอบรม (Training)

เรามีแนวทางการฝึกอบรมการใช้งานระบบ ERP สำหรับการใช้งานจริงในแต่ละองค์กร ตั้งแต่กระบวนการขั้นพื้นฐานไปจนถึงขั้นตอนที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น เพื่อให้สามารถบริหารจัดการการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

สนใจปรึกษาบริการ Microsoft Dynamics 365 Finance and Supply Chain by Innoviz Solutions

ติดต่อเราได้ที่ :

ในยุคปัจจุบัน การเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจเกิดขึ้นรวดเร็วและต่อเนื่อง ส่งผลให้องค์กรต่าง ๆ กำลังมองหาเครื่องมือหรือแนวทางที่ช่วยให้องค์กรมีประสิทธิภาพ ทันสมัย และสามารถปรับตัวได้ทันต่อความต้องการของยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะในด้านการจัดการงานภายในถือว่าเป็นส่วนสำคัญ

ซึ่งสิ่งที่หลาย ๆ องค์กรให้ความสนใจและกำลังมองหาในปัจจุบันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในองค์กร มีดังนี้

  • ความสามารถในการลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น และทำงานซ้ำซ้อนได้อย่างอัตโนมัติ
  • ความรวดเร็วในการทำงานและการเข้าถึงข้อมูลแบบ Real Time
  • การเชื่อมโยงข้อมูลจากหลายระบบเข้าด้วยกัน เพื่อให้ตัดสินใจได้อย่างแม่นยำ
  • ความยืดหยุ่นในการปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป

แม้ในหลายองค์กรจะตระหนักถึงความสำคัญของสิ่งเหล่านี้ แต่ระบบการทำงานในปัจจุบันกลับยังไม่รองรับได้อย่างเต็มที่

หากลองย้อนกลับไปดูการทำงานในแต่ละแผนก จะพบว่าทุกแผนกล้วนมีขั้นตอนของตัวเอง แต่ภาพรวมขององค์กรกลับยังเผชิญกับปัญหาความล่าช้า ข้อมูลไม่สอดคล้อง และประสิทธิภาพที่ยังไม่เต็มศักยภาพ เพราะแท้จริงแล้ว หลายกระบวนการยังคงพึ่งพาการทำงานแบบ Manual ขาดระบบกลาง และไม่มีการเชื่อมโยงข้อมูลอย่างเป็นระบบ

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น ลองมาดูตัวอย่างของกระบวนการที่มีอยู่ในทุกองค์กร

กระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง (PR – PO) เกิดอะไรขึ้นบ้าง? ในกระบวนการนี้

  • พนักงานเขียนใบขอซื้อ (PR) ลงบนฟอร์มกระดาษ
  • ส่งเอกสารใบขอซื้อให้หัวหน้าเพื่อขออนุมัติลายเซ็นทีละคน
  • หลังจากที่มีการอนุมัติครบแล้ว ฝ่ายจัดซื้อต้องกรอกข้อมูลใหม่อีกครั้ง เพื่อออกใบสั่งซื้อ (PO)
  • ส่งเอกสารใบขอซื้อให้ผู้มีอำนาจลงนาม

หรือจะเป็น กระบวนการขอเบิกค่าใช้จ่าย (Expense) ที่แทบทุกองค์กรใช้งานกันเป็นปกติ

  • พนักงานเขียนใบขอเบิกค่าใช้จ่ายลงบนฟอร์มกระดาษ พร้อมแนบใบเสร็จ
  • ส่งเอกสารใบขอซื้อให้หัวหน้าเพื่อขออนุมัติลายเซ็นทีละคน
  • ฝ่ายบัญชีตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลและเอกสารแนบ

จะเห็นว่า ทั้ง 2 กระบวนการดูเหมือนจะมีขั้นตอนการทำงานปกติ ไม่มีอะไรซับซ้อน แต่รู้หรือไม่ กระบวนการเหล่านี้มีปัญหาที่แอบแฝงอยู่ นั่นคือ

  • เอกสารสำคัญ เช่น ใบเสร็จ ตกหล่น หาไม่เจอ
  • ข้อมูลไม่ตรงกันระหว่างใบขอซื้อและใบสั่งซื้อ
  • ไม่สามารถติดตามสถานะ หรือมีประวัติว่าใครเป็นผู้อนุมัติ
  • ในกรณีที่ผู้อนุมัติไม่อยู่ที่โต๊ะทำงาน หรือไปพบลูกค้า ต้องรอจนกว่าผู้อนุมัติจะกลับมา
  • กว่าจะสิ้นสุดกระบวนการ อาจใช้เวลาเป็นสัปดาห์

ลองจินตนาการดูว่า จะเป็นอย่างไร ถ้ากระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง หรือกระบวนการขอเบิกค่าใช้จ่าย ไม่ต้องตามหาผู้อนุมัติ ไม่ต้องกังวลว่าเอกสารจะหาย การอนุมัติรวดเร็วขึ้น 3 เท่า ทำให้การทำงานระหว่างแผนกรวดเร็วมากขึ้น สามารถอนุมัติกระบวนการให้เสร็จได้ภายใน 1 วัน

ทั้งหมดนี้สามารถเกิดขึ้นได้จริง ด้วยระบบที่ออกแบบมาเพื่อเชื่อมโยงคน ข้อมูล และกระบวนการเข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อด้วย K2 Workflow คือคำตอบสำหรับองค์กรที่ต้องการเปลี่ยนจากการทำงานที่ไม่มีประสิทธิภาพ สู่การทำงานในยุค Digital อย่างแท้จริง

ทำความรู้จักกับ K2 Application

K2 เป็นแพลตฟอร์มที่ช่วยให้องค์กรสามารถสร้างกระบวนการทำงาน (Workflow) และฟอร์มต่าง ๆ ได้อย่างยืดหยุ่น โดยไม่จำเป็นต้องเขียนโค้ดจำนวนมาก ด้วยเครื่องมือที่ออกแบบมาเพื่อรองรับทั้งการทำงานภายใน (เช่น การขออนุมัติเอกสาร การจัดการคำขอจากพนักงาน) ไปจนถึงกระบวนการที่เชื่อมต่อกับระบบอื่นในองค์กร K2 ช่วยให้ทีมสามารถพัฒนา ปรับปรุง และควบคุม Workflow ได้ด้วยตนเอง ลดการพึ่งพา IT และเพิ่มความรวดเร็วในการปรับตัวต่อความเปลี่ยนแปลง

5 ข้อดีเมื่อองค์กรเลือกใช้ K2 จัดการ Workflow

1. ลดการใช้เอกสารกระดาษ

K2 ช่วยให้องค์กรเปลี่ยนกระบวนการที่เคยต้องใช้เอกสารจริงในรูปแบบกระดาษ ให้กลายเป็นแบบฟอร์มออนไลน์ที่กรอกและส่งเข้าระบบได้ทันที ช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านกระดาษ และพื้นที่จัดเก็บ อีกทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงในการสูญหายของเอกสาร

2. เปลี่ยนงาน Manual ให้เป็นระบบอัตโนมัติ

ในกระบวนการทำงานทั่วไป มักมีขั้นตอนที่พนักงานต้องกรอกข้อมูลเดิมซ้ำ ๆ หลายรอบ เช่น กรอกชื่อพนักงาน รหัสพนักงาน วันที่ รายละเอียดรายการ หรือยอดเงิน ลงในเอกสารหลายชุดหรือหลายฟอร์ม แม้จะเป็นเรื่องเล็ก แต่เมื่อต้องทำซ้ำบ่อย ๆ ก็กลายเป็นภาระที่ใช้เวลามาก และเสี่ยงต่อความผิดพลาดได้ง่าย การมี K2 จะช่วยลดภาระเหล่านี้ด้วยฟอร์มที่เชื่อมโยงข้อมูลภายในระบบให้โดยอัตโนมัติ

3. ทำให้การอนุมัติเป็นระบบและตรวจสอบย้อนหลังได้

K2 จะช่วยให้ทุกการอนุมัติง่ายต่อการติดตาม และง่ายต่อการอนุมัติแบบมีลำดับชัดเจน สามารถตรวจสอบสถานะได้แบบ Real time นอกจากนี้ยังสามารถตั้งเงื่อนไขล่วงหน้า เช่น หากเกินระยะเวลาที่กำหนด ให้แจ้งเตือนอัตโนมัติ หรือส่งต่อให้ผู้มีสิทธิ์อนุมัติคนถัดไป ช่วยลดเวลาการทำงานโดยรวม และทำให้งานไม่ค้างอยู่กับใครนานเกินไป

4. เชื่อมต่อกับระบบอื่นในองค์กรได้อย่างยืดหยุ่น

K2 รองรับการเชื่อมต่อกับระบบภายในองค์กรที่มีอยู่เดิม ไม่ว่าจะเป็นระบบ HR, ERP, Finance, Document Management หรือฐานข้อมูลกลางต่าง ๆ โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนระบบทั้งหมดใหม่ ช่วยให้องค์กรสามารถดึงข้อมูลที่จำเป็นมาใช้ใน Workflow ได้อย่างราบรื่น เช่น ดึงข้อมูลพนักงานจากระบบ HR มาเติมในแบบฟอร์มโดยอัตโนมัติ หรือตรวจสอบวงเงินจากระบบบัญชีก่อนอนุมัติการใช้จ่าย

5. พัฒนาไว เปลี่ยนแปลงง่าย ด้วย Platform แบบ Low-code

K2 สามารถพัฒนา Application และ Workflow ต่าง ๆ โดยใช้แนวทาง Low-code ด้วยการใช้เครื่องมือแบบลากวาง (Drag & Drop) ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถออกแบบฟอร์ม จัดลำดับขั้นตอน และตั้งเงื่อนไขต่าง ๆ ได้โดยไม่ต้องเขียนโค้ดจำนวนมาก หรือแม้แต่คนที่ไม่ใช่สาย IT ก็สามารถเข้าใจและใช้งานได้ ช่วยลดเวลาในการพัฒนา ปรับเปลี่ยนระบบได้อย่างรวดเร็ว

ยกระดับองค์กรสู่ดิจิทัลด้วย K2

หลังจากที่ใช้งาน K2 องค์กรต่าง ๆ เริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนในกระบวนการทำงาน ทั้งในแง่ของความรวดเร็ว ความแม่นยำ และความยืดหยุ่น รวมถึงการสร้างและปรับแต่ง Workflow ที่ง่ายและรวดเร็วด้วย Platform แบบ Low-code

ลดเวลาในการทำงาน 30%

  • องค์กรสามารถลดเวลาในการทำงานและจัดการงานต่าง ๆ ลงได้ถึง 30% เนื่องจากพนักงานสามารถอนุมัติได้อย่างรวดเร็วผ่าน Workflow ที่เป็นระบบ ช่วยลดความซ้ำซ้อน และทำให้การดำเนินงาน การตัดสินใจ รวมถึงการตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังคล่องตัวมากขึ้น

เพิ่มความเร็วการจัดทำเอกสาร 4 เท่า

  • การจัดทำเอกสารด้านการขายและการออกใบเสนอราคาสามารถทำได้เร็วขึ้นถึง 4 เท่า จากเดิมที่อาจต้องใช้เวลาหลายวัน เหลือเพียงแค่ไม่กี่ชั่วโมง ด้วยแบบฟอร์มที่คำนวณข้อมูลให้อัตโนมัติ

พัฒนา Application ได้อย่างรวดเร็วด้วย Platform แบบ Low-code

  • การพัฒนา Application สามารถทำได้เร็วขึ้นถึง 30% ด้วย Platform แบบ Low-code ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องมีทักษะ Programming สูง ก็สามารถพัฒนาและปรับเปลี่ยนระบบได้อย่างรวดเร็ว ลดเวลาการพัฒนาระบบใหม่และการปรับปรุงระบบเดิม

ตัวอย่างการใช้งาน K2 ในกระบวนการทำงานของแต่ละแผนก

K2 สามารถนำไปปรับใช้กับกระบวนการต่าง ๆ ได้ในหลายแผนก ช่วยให้การทำงานเป็นระบบมากขึ้น ลดความซับซ้อน และลดภาระงาน Manual ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

👩‍💼Human Resources Department

ในการทำงานของฝ่าย HR อาจมีบางส่วนที่ต้องทำงานแบบ Manual เช่นการเบิกค่าใช้จ่าย ที่ต้องตรวจสอบข้อมูลจำนวนมาก ๆ ทำให้มีโอกาสเกิดข้อผิดพลาดขึ้นได้ เมื่อนำ K2 มาใช้งาน จะช่วยลดงานทำงานในบางส่วน และช่วยลดความผิดพลาดจากการทำงานแบบ Manual ได้ โดยฝ่าย HR จะมี Process ตัวอย่างที่นำมาใช้งานกับ K2 ดังต่อไปนี้

  • Request Expense
  • Leave Request
  • Recruitment System

🔄 Operations Department

  • Fixed Asset Management
  • Vendor Management

📋 Accounting & Financial Department

  • Purchase Request & Purchase Order
  • Petty Cash
  • Cash Advance

เพิ่มประสิทธิภาพธุรกิจด้วย K2

หลังจากที่องค์กรเลือกใช้งาน K2 ในการจัดการ Workflow จะเห็นว่า K2 จะช่วยลดระยะเวลาในการทำงานจากการดึงข้อมูลให้โดยอัตโนมัติ ระบบตรวจสอบข้อมูลในระหว่างกระบวนการอนุมัติ เอกสารหลักฐานสามารถแนบเป็นไฟล์ ไม่ต้องกังวลว่าจะหาย ทุกขั้นตอนการอนุมัติสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ โดยเป็นการปรับปรุงกระบวนการภายในให้เป็นกระบวนการที่ทันสมัยใช้งานง่ายและเป็นประโยชน์ให้กับทุกคนองค์กร หากธุรกิจของคุณกำลังมองหาสิ่งที่ตอบโจทย์ในยุคดิจิทัล Innoviz Solutions พร้อมให้คำปรึกษาและนำเสนอโซลูชันที่เหมาะสม สามารถติดต่อเราได้ที่: 

Email: SalesTeam@innovizsolutions.com 

Tel: 02-6514542 

Website: Innoviz Solutions 

อ้างอิง:

https://www.innovizsolutions.com/k2/