Tag Archive for: Power platform

Microsoft Power Automate

ในยุคที่ธุรกิจต้องทำงานกับข้อมูลจำนวนมากขึ้นทุกวัน หลายองค์กรยังต้องใช้แรงคนในการจัดการงานซ้ำ ๆ เช่น การส่งอีเมลแจ้งเตือน การย้ายไฟล์ การนำเข้าข้อมูล การอัปเดตสถานะงาน หรือการเชื่อมข้อมูลระหว่างหลายระบบ แม้งานเหล่านี้อาจดูเป็นงานเล็กๆ แต่เมื่อเกิดขึ้นเป็นประจำทุกวัน ก็สามารถกินเวลาทีมงาน เพิ่มภาระในการตรวจสอบ และสร้างความเสี่ยงจากความผิดพลาดของมนุษย์ หรือ Human Error ได้มากกว่าที่คิด

ด้วยเหตุนี้ การนำ Workflow Automation หรือระบบอัตโนมัติเข้ามาช่วยจัดการกระบวนการทำงาน จึงกลายเป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญที่ช่วยให้องค์กรทำงานได้เร็วขึ้น แม่นยำขึ้น และลดเวลาที่สูญเสียไปกับงาน Routine

หนึ่งในเครื่องมือที่ช่วยให้องค์กรเริ่มต้นทำ Automation ได้ง่ายขึ้น คือ Microsoft Power Automate เครื่องมือในกลุ่ม Microsoft Power Platform ที่ช่วยเชื่อมต่อแอปพลิเคชัน ข้อมูล และกระบวนการทำงานต่าง ๆ ให้ทำงานแบบอัตโนมัติได้อย่างเป็นระบบ

Power Automate คืออะไร


Power Automate คือเครื่องมือจาก Microsoft ที่ช่วยให้องค์กรสามารถสร้าง Workflow อัตโนมัติระหว่างแอปพลิเคชันและบริการต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Microsoft 365, SharePoint, Microsoft Teams, Dynamics 365, ระบบ Cloud หรือแอปพลิเคชันภายนอกอื่น ๆ

จุดเด่นของ Microsoft Power Automate คือการช่วยเปลี่ยนกระบวนการที่ต้องทำซ้ำ หรือกระบวนการที่มีเงื่อนไขชัดเจน ให้สามารถทำงานได้โดยอัตโนมัติ เช่น เมื่อมีอีเมลเข้ามา ระบบสามารถส่งแจ้งเตือนไปยัง Microsoft Teams ได้ทันที หรือเมื่อมีไฟล์ใหม่ถูกวางใน SharePoint ระบบสามารถนำข้อมูลไปประมวลผลต่อได้โดยไม่ต้องให้พนักงานทำเองทุกขั้นตอน

สำหรับองค์กรที่ใช้งาน Microsoft Dynamics 365 หรือระบบ ERP อยู่แล้ว Power Automate ยังสามารถช่วยเชื่อมข้อมูลและกระบวนการทำงานระหว่างระบบหลังบ้านกับเครื่องมืออื่น ๆ ในองค์กร ทำให้การทำงานมีความต่อเนื่อง ลดขั้นตอน Manual และช่วยให้ข้อมูลรับส่งได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น

Power Automate ช่วยธุรกิจแก้ปัญหาอะไรได้บ้าง


1. ลดเวลาจากงานซ้ำ ๆ ที่ไม่สร้างมูลค่าโดยตรง

หลายองค์กรมีงาน Routine ที่ต้องทำทุกวัน เช่น การย้ายไฟล์ การส่งอีเมลแจ้งเตือน การอัปเดตข้อมูล หรือการดึงข้อมูลจากระบบหนึ่งไปยังอีกระบบหนึ่ง Power Automate ช่วยให้กระบวนการเหล่านี้ทำงานอัตโนมัติ ช่วยลดภาระของทีม และทำให้พนักงานมีเวลามากขึ้นสำหรับงานวิเคราะห์ วางแผน หรือดูแลลูกค้า

2. ลดความผิดพลาดจาก Human Error

เมื่อข้อมูลต้องถูกคัดลอก ย้าย หรือกรอกซ้ำหลายรอบ ความผิดพลาดจากการทำงาน Manual อาจเกิดขึ้นได้ง่าย เช่น ใส่ข้อมูลผิด ลืมแนบไฟล์ ส่งข้อมูลล่าช้า หรืออัปเดตข้อมูลไม่ครบ Power Automate ช่วยให้การทำงานเกิดขึ้นตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ ลดความเสี่ยงจาก Human Error และช่วยให้ข้อมูลมีความถูกต้องมากขึ้น

3. เชื่อมต่อข้อมูลระหว่างหลายระบบ

ธุรกิจจำนวนมากมีข้อมูลอยู่ในหลายระบบ เช่น SharePoint, Microsoft Teams, Outlook, Dynamics 365 หรือระบบภายนอกอื่น ๆ Power Automate ช่วยให้ระบบเหล่านี้เชื่อมต่อกันได้ผ่าน Connector ทำให้ข้อมูลสามารถไหลจากระบบหนึ่งไปยังอีกระบบหนึ่งได้อย่างเป็นระบบ

4. แจ้งเตือนเรื่องสำคัญได้ทันเวลา

ในหลายธุรกิจ การรู้ข้อมูลเร็วมีผลต่อการตัดสินใจ เช่น ดีลมูลค่าสูง ใบสั่งซื้อใหม่ เอกสารสำคัญ หรือข้อมูลที่ต้องได้รับการอนุมัติ Power Automate สามารถตั้งค่าให้ระบบส่ง Notification เมื่อเกิดเหตุการณ์สำคัญ ช่วยให้ทีมที่เกี่ยวข้องรับรู้และดำเนินการต่อได้เร็วขึ้น

5. เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานขององค์กร

เมื่อกระบวนการทำงานหลายขั้นตอนสามารถทำงานอัตโนมัติได้ องค์กรจะสามารถลดเวลา ลดต้นทุนการจัดการ และเพิ่มความต่อเนื่องของกระบวนการทำงานได้มากขึ้น โดยเฉพาะงานที่ต้องทำซ้ำเป็นประจำ หรือจำเป็นต้องทำงานนอกเวลาทำการ

ประเภทของ Flow ใน Power Automate


Power Automate รองรับการสร้าง Cloud Flow หลายรูปแบบ โดยแต่ละประเภทเหมาะกับลักษณะงานที่แตกต่างกัน เช่น งานที่ต้องทำเมื่อมีเหตุการณ์เกิดขึ้น งานที่ต้องกดสั่งทำทันที หรือการตั้งเวลาให้ระบบทำงานอัตโนมัติ

1. Automated Cloud Flow

Automated Cloud Flow คือ Flow ที่ทำงานเมื่อมีเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้น หรือมี Trigger ตามเงื่อนไขที่กำหนด เช่น เมื่อได้รับอีเมลจากบุคคลใดบุคคลหนึ่ง เมื่อมีไฟล์ใหม่ถูกวางใน SharePoint หรือเมื่อมีรายการใหม่ถูกสร้างในระบบ

  • ตัวอย่างเช่น สร้าง Flow ให้ทำงานเมื่อมีการนำไฟล์มาวางไว้ใน SharePoint จากนั้นให้ระบบนำไฟล์ไป Import เข้าระบบโดยอัตโนมัติ หรือสร้าง Flow เพื่อส่งอีเมลแจ้งเตือนเมื่อมีการ Post รายการในระบบ

2. Instant Cloud Flow

Instant Cloud Flow คือ Flow ที่ทำงานเมื่อผู้ใช้งานกดสั่งให้ระบบทำงานทันที เหมาะกับงานที่ไม่ต้องรอ Trigger จากระบบอื่น หรือไม่ต้องรอเวลาที่กำหนดไว้

  • ตัวอย่างเช่น สร้างปุ่มบน Power Automate Mobile App หรือเว็บไซต์ Power Automate เพื่อให้ผู้ใช้งานกดส่งอีเมลแจ้งเตือน อัปเดตข้อมูล หรือเรียกใช้กระบวนการบางอย่างได้ทันที

3. Scheduled Cloud Flow

Scheduled Cloud Flow คือ Flow ที่ทำงานตามเวลาที่กำหนดไว้ล่วงหน้า เหมาะกับงานที่ต้องทำซ้ำเป็นรอบ เช่น รายวัน รายสัปดาห์ หรือรายเดือน

  • ตัวอย่างเช่น ตั้งเวลาให้ระบบย้ายเอกสารใน SharePoint ทุกวันเวลา 23.00 น. หรือตั้งเวลาให้ระบบส่งข้อมูลจากระบบขายหน้าร้านมายัง Dynamics 365 ทุกวันเวลา 20.00 น.

ทำไมธุรกิจควรใช้ Microsoft Power Automate


1. เชื่อมต่อข้อมูลจากหลายระบบได้ง่าย

Power Automate สามารถเชื่อมต่อกับเครื่องมือและระบบต่าง ๆ เช่น Microsoft 365, SharePoint, Dynamics 365, Third-party Application และบริการ Cloud อื่น ๆ ช่วยให้องค์กรสามารถสร้าง Workflow ที่เชื่อมโยงข้อมูลระหว่างระบบได้ง่ายขึ้น

2. มี Template และ Connector ให้เลือกใช้งานหลากหลาย

Power Automate มี Template และ Connector ที่ช่วยให้องค์กรเริ่มต้นสร้าง Workflow ได้เร็วขึ้น เช่น การส่งอีเมล การจัดการไฟล์บน SharePoint การแจ้งเตือนผ่าน Microsoft Teams หรือการส่งข้อมูลเข้า Dynamics 365

3. ทำงานร่วมกับ Power Platform ได้ครบวงจร

Power Automate สามารถทำงานร่วมกับเครื่องมืออื่นใน Microsoft Power Platform เช่น Power Apps และ Power BI ได้ ช่วยให้องค์กรสามารถสร้างแอปพลิเคชัน เก็บข้อมูล วิเคราะห์ผล และทำ Automation ต่อเนื่องกันได้ใน Ecosystem เดียว

4. ลด Human Error และเพิ่มความแม่นยำ

เมื่อกระบวนการทำงานถูกออกแบบให้ทำงานตามเงื่อนไขที่ชัดเจน ระบบจะช่วยลดความผิดพลาดจากการทำงาน Manual เช่น การลืมส่งข้อมูล การกรอกข้อมูลผิด หรือการดำเนินการไม่ครบขั้นตอน

5. ประหยัดเวลาและลดต้นทุนการดำเนินงาน

Power Automate ช่วยลดเวลาที่ใช้กับงานซ้ำซ้อน ลดภาระของทีมงาน และทำให้กระบวนการสำคัญสามารถทำงานได้ต่อเนื่องมากขึ้น โดยเฉพาะงานที่ต้องทำเป็นประจำ หรืองานที่ต้องการความเร็วและความแม่นยำสูง

ตัวอย่างการใช้งาน Power Automate ในธุรกิจ


Use Case 1: แจ้งเตือน Sales Manager เมื่อมีดีลมูลค่าสูง

ในทีมขาย การติดตามดีลสำคัญอย่างรวดเร็วเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะ Sales Quotation หรือ Lead ที่มีมูลค่าสูง เช่น มากกว่า 10,000,000 บาท หากข้อมูลเหล่านี้ถูกส่งต่อช้า อาจทำให้ทีมพลาดโอกาสในการติดตามลูกค้าหรือปิดการขายได้

Power Automate สามารถช่วยสร้าง Workflow เพื่อส่ง Notification ไปยัง Microsoft Teams โดยอัตโนมัติ เมื่อมีการเปิด Sales Quotation หรือบันทึก Lead ที่มีมูลค่าสูงตามเงื่อนไขที่กำหนด พร้อมข้อความแจ้งเตือน เช่น “High-Value Deals”

ผลลัพธ์คือ Sales Manager สามารถรับรู้ดีลสำคัญได้รวดเร็วขึ้น โฟกัสกับโอกาสทางธุรกิจที่มีมูลค่าสูง และช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารทีมขาย

Use Case 2: นำเข้าคำสั่งซื้อจากไฟล์ Excel หรือ Text เข้าสู่ Dynamics 365

สำหรับธุรกิจที่ได้รับคำสั่งซื้อจากลูกค้าเป็นไฟล์ Excel หรือ Text ทุกวัน การนำข้อมูลเหล่านี้เข้าสู่ระบบ ERP ด้วยมืออาจใช้เวลานาน และมีความเสี่ยงจากการกรอกข้อมูลผิด

Power Automate สามารถช่วยอ่านไฟล์จาก SharePoint และนำข้อมูลคำสั่งซื้อเข้าสู่ Microsoft Dynamics 365 เพื่อสร้าง Sales Order ได้โดยอัตโนมัติ หลังจากนั้น เมื่อมีการ Post Invoice แล้ว ระบบยังสามารถช่วยดึงข้อมูล E-Tax Invoice จาก Dynamics 365 และส่งออกเป็นไฟล์ตามรูปแบบที่กำหนด เช่น XML หรือ CSV เพื่อใช้ในกระบวนการที่เกี่ยวข้องต่อไป

กระบวนการนี้ช่วยลดภาระงานซ้ำซ้อน เพิ่มความเร็วในการจัดการคำสั่งซื้อ ลดความผิดพลาดจากการป้อนข้อมูล และช่วยให้ข้อมูลสำคัญสามารถติดตาม ตรวจสอบ และจัดเก็บย้อนหลังได้ง่ายขึ้น

Use Case 3: เชื่อมข้อมูลระหว่าง 2 ระบบให้ตรงกันทุกวัน

ในหลายองค์กร อาจมีระบบมากกว่า 1 ระบบที่ต้องใช้ข้อมูลชุดเดียวกัน เช่น ระบบ A สร้างไฟล์ข้อมูลหลังสิ้นวัน และระบบ B ต้องนำไฟล์นั้นไป Import เพื่ออัปเดตข้อมูลให้ตรงกัน หากต้องทำด้วยมือทุกวัน อาจเกิดความล่าช้า ลืมย้ายไฟล์ หรือ Import ข้อมูลผิดพลาดได้

Power Automate สามารถช่วยจัดการไฟล์บน SharePoint ได้ เช่น Copy File, Create File หรือ Move File โดยสามารถตั้งค่าให้ระบบทำงานตามรอบเวลาที่กำหนด หลังจากระบบ A สร้างไฟล์แล้ว Power Automate สามารถส่งต่อไฟล์ไปยังโฟลเดอร์ที่ระบบ B ใช้งาน และเมื่อ Import เสร็จแล้วก็สามารถย้ายไฟล์ไปยังโฟลเดอร์สำรองโดยอัตโนมัติ

ผลลัพธ์คือข้อมูลของทั้ง 2 ระบบมีความสอดคล้องกันมากขึ้น ลดความเสี่ยงจากความผิดพลาด และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการข้อมูลขององค์กร

Power Automate กับ Dynamics 365 ช่วยยกระดับการทำงานหลังบ้านอย่างไร


Power Automate ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือสำหรับลดงาน Routine เท่านั้น แต่ยังสามารถเป็นตัวช่วยสำคัญในการเชื่อมโยงกระบวนการทำงานระหว่างระบบ ERP กับเครื่องมืออื่น ๆ ในองค์กร โดยเฉพาะองค์กรที่ใช้งาน Microsoft Dynamics 365 หรือกำลังวางแผนยกระดับระบบหลังบ้านให้ทำงานได้คล่องตัวมากขึ้น

เมื่อ Power Automate ทำงานร่วมกับ Dynamics 365 องค์กรสามารถออกแบบ Workflow ที่ช่วยให้ข้อมูลและกระบวนการสำคัญเคลื่อนที่ได้อย่างอัตโนมัติ เช่น การแจ้งเตือนรายการที่ต้องอนุมัติ การนำเข้าข้อมูลจากไฟล์ภายนอก การส่งข้อมูลระหว่างระบบ หรือการสร้างกระบวนการติดตามงานที่ช่วยให้ทีมทำงานได้เร็วขึ้น

สำหรับองค์กรที่ต้องการนำ Power Automate มาประยุกต์ใช้ร่วมกับระบบ ERP หรือ Microsoft Dynamics 365 บริษัท Innoviz Solutions พร้อมให้คำปรึกษาและช่วยออกแบบโซลูชันที่เหมาะสมกับกระบวนการทำงานของแต่ละธุรกิจ ตั้งแต่การวางแผน Workflow การเชื่อมต่อข้อมูล การพัฒนาระบบอัตโนมัติ ไปจนถึงการสนับสนุนการใช้งานจริง เพื่อช่วยให้องค์กรลดงานซ้ำซ้อน เพิ่มความแม่นยำ และยกระดับการทำงานหลังบ้านให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

Power Automate ช่วยให้ธุรกิจทำงานเร็วขึ้น แม่นยำขึ้น และลดภาระงานซ้ำซ้อน


Microsoft Power Automate เป็นเครื่องมือ Workflow Automation ที่ช่วยให้องค์กรสามารถสร้างระบบอัตโนมัติสำหรับงาน Routine และกระบวนการทำงานที่ต้องทำซ้ำได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการส่งแจ้งเตือน การจัดการไฟล์ การนำเข้าข้อมูล การเชื่อมต่อระบบ หรือการทำงานร่วมกับ Dynamics 365

สำหรับธุรกิจที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ลด Human Error และใช้ข้อมูลจากหลายระบบได้อย่างคล่องตัว Power Automate จึงเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้องค์กรเริ่มต้น Automation ได้อย่างเป็นรูปธรรม และต่อยอดสู่การทำงานแบบ Digital Operation ได้มากขึ้น

สนใจนำ Power Automate และ Microsoft Dynamics 365 มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในองค์กร ติดต่อ Innoviz Solutions เพื่อรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ:

Power BI
Power Business Intelligence

ในยุคที่ข้อมูลกลายเป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินธุรกิจ องค์กรจำนวนมากกำลังเผชิญกับความท้าทายในการรวบรวมข้อมูลจากหลายระบบ ทั้ง Excel, ERP, CRM หรือแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ จนทำให้การวิเคราะห์ข้อมูลใช้เวลานานและยากต่อการนำไปใช้ตัดสินใจจริง

ดังนั้น การมีเครื่องมือ Business Intelligence (BI) ที่ช่วยรวบรวม วิเคราะห์ และแสดงผลข้อมูลให้เข้าใจง่ายแบบเรียลไทม์ จึงกลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้องค์กรตัดสินใจได้รวดเร็ว แม่นยำ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันยิ่งขึ้น

Power BI คืออะไร


Power BI คือชุดเครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลทางธุรกิจ (Business Intelligence) จาก Microsoft ที่ช่วยให้องค์กรสามารถรวบรวม วิเคราะห์ สร้างรายงาน และแชร์ Insight สำคัญได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยจุดเด่นของ Power BI คือการเชื่อมต่อข้อมูลจากหลายแหล่งมาแสดงผลบน Dashboard เดียว ทำให้ผู้ใช้งานเห็นภาพรวมธุรกิจแบบ 360 องศา พร้อมข้อมูลที่อัปเดตได้แบบเรียลไทม์

นอกจากนี้ Power BI ยังช่วยให้ทีมทำงานกับข้อมูลได้ง่ายขึ้น ตั้งแต่การเชื่อมต่อข้อมูลจาก Cloud, On-Premises, ฐานข้อมูล หรือไฟล์ต่าง ๆ ไปจนถึงการสร้างกราฟ รายงาน และแดชบอร์ดที่เข้าใจง่าย องค์กรจึงสามารถเปลี่ยนข้อมูลที่กระจัดกระจายให้กลายเป็นข้อมูลเชิงลึกที่พร้อมใช้สำหรับการตัดสินใจทางธุรกิจได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น

Power BI ช่วยธุรกิจแก้ปัญหาอะไรได้บ้าง


Power BI ช่วยให้ธุรกิจสามารถรับมือกับหลายปัญหาที่เกิดจากการวิเคราะห์ข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็น

1. รวมข้อมูลที่กระจัดกระจายให้ดูได้ในที่เดียว

หลายองค์กรมีข้อมูลอยู่ในหลายระบบ ทำให้การนำมาวิเคราะห์ร่วมกันเป็นเรื่องยุ่งยาก Power BI ช่วยเชื่อมต่อข้อมูลจากหลายแหล่ง และนำเสนอผ่าน Dashboard เดียว ทำให้เห็นภาพรวมของธุรกิจได้ชัดเจนมากขึ้น

2. ช่วยให้ข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์

การตัดสินใจจากข้อมูลที่ล่าช้าอาจทำให้องค์กรพลาดโอกาสสำคัญ Power BI สามารถรีเฟรชข้อมูลอัตโนมัติ ช่วยให้ผู้บริหารและทีมงานติดตามสถานการณ์ทางธุรกิจได้แบบเรียลไทม์

3. ลดเวลาการสร้างรายงาน

จากเดิมที่การจัดทำรายงานอาจต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงหรือหลายวัน Power BI ช่วยให้ผู้ใช้งานสร้างรายงานและ Dashboard ได้อย่างรวดเร็ว พร้อมดูข้อมูลเชิงลึกได้ทันที

4. ช่วยให้การวิเคราะห์ข้อมูลเข้าใจง่ายขึ้น

Power BI รองรับการแสดงผลข้อมูลผ่านกราฟ แผนภูมิ และ Interactive Dashboard ทำให้ข้อมูลที่ซับซ้อนเข้าใจง่ายและนำไปใช้ตัดสินใจได้สะดวกขึ้น

5 ฟีเจอร์หลักของ Power BI


1. รวมข้อมูลธุรกิจไว้ในแดชบอร์ดเดียว

Power BI ช่วยให้องค์กรสามารถติดตามข้อมูลสำคัญจากทุกส่วนของธุรกิจและจากแอปพลิเคชันต่าง ๆ ที่ใช้งานอยู่ได้ในแดชบอร์ดเดียว ทำให้เห็นภาพรวมของธุรกิจได้ชัดเจนและครบถ้วนมากขึ้น

2. เข้าถึงและอัปเดตข้อมูลได้อย่างต่อเนื่อง

ไม่ว่าข้อมูลของธุรกิจจะอยู่ในรูปแบบ Excel, Cloud Services, Streaming Data หรือฐานข้อมูลแบบ On-Premises Power BI สามารถเชื่อมต่อและรีเฟรชข้อมูลได้ ช่วยให้องค์กรเห็นตัวชี้วัดสำคัญแบบองค์รวม พร้อมติดตามสถานการณ์ทางธุรกิจแบบเรียลไทม์ เพื่อแก้ปัญหาได้ทันที

3. เชื่อมต่อกับ Microsoft Dynamics 365

Power BI สามารถเชื่อมต่อกับ Microsoft Dynamics 365 เพื่อสร้างรายงานแบบ Interactive และแดชบอร์ดแบบเรียลไทม์ให้กับผู้ใช้งาน โดยสามารถเข้าถึงและรีเฟรชข้อมูลจาก Dynamics D365 ผ่าน OData พร้อมต่อยอดจาก Dynamics 365 Queries ที่องค์กรพัฒนาไว้อยู่แล้ว

4. ถามด้วยภาษาธรรมชาติ ได้คำตอบเป็นภาพข้อมูล

Power BI ช่วยให้ผู้ใช้สามารถถามคำถามเกี่ยวกับข้อมูลด้วยภาษาธรรมชาติ เช่น “ยอดขายปีที่แล้วแยกตามสินค้าเป็นอย่างไร” และระบบจะแสดงคำตอบเป็นกราฟหรือแผนภูมิแบบโต้ตอบได้ ช่วยให้การค้นหา Insight จากข้อมูลทำได้ง่ายขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการสร้างรายงานเองทุกครั้ง

5. แสดงผล วิเคราะห์ และคาดการณ์ข้อมูล

Power BI ช่วยให้ผู้ใช้สร้างรายงาน แดชบอร์ด และมุมมองการวิเคราะห์ข้อมูลผ่านกราฟ และแผนภูมิ 3 มิติได้อย่างน่าสนใจ โดย Power BI Desktop มีเครื่องมือสำหรับจัดการ แปลง วิเคราะห์ และแสดงผลข้อมูล ก่อนแชร์รายงานให้คนในองค์กรใช้งานต่อผ่าน Power BI บนเว็บได้อย่างรวดเร็ว

เชื่อมต่อ Power BI กับระบบ ERP เพื่อยกระดับการตัดสินใจทางธุรกิจ


Power BI ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือสำหรับสร้าง Dashboard เท่านั้น แต่ยังช่วยให้องค์กรสามารถเชื่อมโยงข้อมูลจากระบบ ERP และระบบธุรกิจต่าง ๆ เพื่อสร้างมุมมองข้อมูลแบบครบวงจร ช่วยให้ผู้บริหารสามารถวิเคราะห์ข้อมูล วางแผน และตัดสินใจได้อย่างแม่นยำมากขึ้น

สำหรับองค์กรที่ต้องการนำ Power BI มาประยุกต์ใช้ควบคู่กับระบบ ERP ของธุรกิจ บริษัท Innoviz Solutions พร้อมให้คำปรึกษาและนำเสนอโซลูชันที่เหมาะสมกับธุรกิจ ทั้งการประยุกต์ใช้ Power BI เพื่อสร้างรายงานและแดชบอร์ดเชิงธุรกิจ รวมถึงการนำ Microsoft Dynamics 365 for Finance and Supply Chain มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน เชื่อมโยงข้อมูลสำคัญ และสนับสนุนการเติบโตขององค์กรในยุคดิจิทัลอย่างยั่งยืน โดยบริการของเราครอบคลุมตั้งแต่

  • การติดตั้งและนำระบบไปใช้งาน (Implementation)

ให้คำปรึกษาในการนำระบบ ERP มาประยุกต์ใช้กับความต้องการขององค์กร และพัฒนาติดตั้งระบบหลังบ้านที่เหมาะสมกับธุรกิจในแต่ละภาคอุตสาหกรรม

  • การมีทีมหลังบ้านสนับสนุน (Support)

เรามี Support Portal สำหรับลูกค้าให้สามารถแจ้งข้อสงสัยหรือปัญหาได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยทุกเคสจะได้รับการดูแลจากทีมสนับสนุนเฉพาะทางที่เชี่ยวชาญด้านระบบหลังบ้านและ Microsoft ERP

  • การอบรม (Training)

เรามีแนวทางการฝึกอบรมการใช้งานระบบ ERP สำหรับการใช้งานจริงในแต่ละองค์กร ตั้งแต่กระบวนการขั้นพื้นฐานไปจนถึงขั้นตอนที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น เพื่อให้สามารถบริหารจัดการการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

สนใจนำ Power BI และ Microsoft Dynamics 365 มาช่วยยกระดับการวิเคราะห์ข้อมูลและการบริหารธุรกิจ ติดต่อ Innoviz Solutions เพื่อรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ ได้ที่: